รู้สู้โรค : โภชนาการกับโรคมะเร็ง (11 ก.ย. 61) | น้ําหนักลดผิดปกติ มะเร็ง

รู้สู้โรค : โภชนาการกับโรคมะเร็ง (11 ก.ย. 61)


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

มาฟังแนวทางการกินป้องกัน และควบคุมอาการของโรคมะเร็ง จาก ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จะมาแนะนำอาหารต้านมะเร็ง รวมถึงไขข้อสงสัยว่าผู้ป่วยมะเร็งสามารถดื่ม \”นมวัว\” ได้หรือไม่ ติดตามชมในรายการคนสู้โรค วันจันทร์ – อังคาร เวลา 16.05 – 16.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือ ชมย้อนหลังได้ทาง http://www.thaipbs.or.th/konsuroak

กด Subscribe
ติดตามรายการดีๆของช่อง ได้ที่ : http://goo.gl/hdy2ye
และ ติดตามไทยพีบีเอสออนไลน์ ได้ที่
Website : http://www.thaipbs.or.th
Facebook : http://www.fb.com/ThaiPBSFan
Twitter : http://www.twitter.com/ThaiPBS
Instagram : http://www.instagram.com/ThaiPBS
Google Plus : http://www.thaipbs.or.th/GooglePlus
LINE : http://bit.ly/2GtS44i
Youtube : http://www.youtube.com/user/ThaiPBS

รู้สู้โรค : โภชนาการกับโรคมะเร็ง  (11 ก.ย. 61)

คนไทยป่วยเป็นมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดีมากที่สุดในโลก


โรคมะเร็งคือสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ1ของคนไทย พบมากที่สุดในเพศชายคือมะเร็งในท่อน้ำดี โดยมีสาเหตุมาจากพยาธิใบไม้ในตับ แพทย์พบว่าประชากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเป็นมะเร็งท่อน้ำดีมากที่สุดในโลก ขณะที่โรคมะเร็งตับน่ากลัวไม่แพ้กันและเป็นปัญหาระดับชาติ เพราะกว่าจะแสดงอาการและมาพบแพทย์ ร้อยละ70ป่วยระยะสุดท้ายแล้ว
TNN24 ออกอากาศทางทีวีช่อง 16
ชมสดได้ที่
http://www.tnnthailand.com/livetv
http://www2.tnnthailand.com/player.php

เกาะติดข่าวเด่นประจำวันได้ที่
http://www.tnnthailand.com
http://www.fb.com/TNN24
http://twitter.com/tnnthailand
https://www.instagram.com/tnnthailand/
สถานีข่าวโทรทัศน์ TNN24 เป็นสถานีข่าวที่ถือหลักการของการนำเสนอข่าวตรงประเด็น ทันทุกความจริง รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

คนไทยป่วยเป็นมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดีมากที่สุดในโลก

น้ำหนักขึ้นหรือลงมีผลมากกว่าที่คิด | weight loss | พี่ปลา Healthy Fish


ระวัง อันตราย !! น้ำหนักที่ขึ้นลงเร็วผิดปกติ ส่งผลต่อร่างกายมากกว่าที่คิด
เรื่องของน้ำหนักมักเป็นหัวข้อที่ไม่ว่าจะผู้หญิงผู้ชาย หรืออยู่ในช่วงอายุไหนๆ ก็มักจะแลกเปลี่ยนพูดคุยกันอยู่ตลอด เพราะแต่ละคนก็มีความกังวลแตกต่างกัน บางคนอ้วนเกินไปอยากลดน้ำหนัก แต่ก็มีบางคนที่ผอมเกินไปจนอยากจะเพิ่มน้ำหนักเช่นเดียวกัน แต่ละคนเลยมักจะแบ่งปันสูตรเพิ่ม หรือลดน้ำหนักด้วยกันอยู่เรื่อยๆ แต่หากเราลองทำตามแล้วได้ผลก็จริง แต่น้ำหนักของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงมากเกินไปในช่วงระยะเวลาสั้นๆ จะส่งผลกระทบอะไรต่อร่างกายบ้างหรือไม่
น้ำหนักเปลี่ยนมากแค่ไหน ถึงเรียกว่าผิดปกติ
หากคุณน้ำหนักลด หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 510% ของน้ำหนักเดิมของเราภายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน โดยที่ไม่ได้ตั้งใจจะลด หรือเพิ่มน้ำหนักเลย นั่นหมายถึงอาจมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายของคุณได้ เช่น หากเคยมีน้ำหนัก 60 กิโลกรัม หากคุณน้ำหนักลงไปถึง 5457 กิโลกรัม หรือน้ำหนักเพิ่มถึง 6366 กิโลกรัม ภายใน 6 เดือน ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเช็กร่างกายโดยละเอียด เพราะอาการน้ำหนักลดหรือเพิ่มอย่างรวดเร็ว อาจมีความเสี่ยงในการเป็นโรคอันตรายต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคที่เกี่ยวกับฮอร์โมน ไทรอยด์ ต่อมน้ำเหลือง ตับ ไต เป็นต้น
ทั้งนี้ หากพูดถึงคนที่กำลังพยายามลด หรือเพิ่มน้ำหนัก ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน น้ำหนักก็ไม่ควรเปลี่ยนแปลงเกิน 1 กิโลกรัมต่อ 2 สัปดาห์ (หรือ ½ กิโลกรัม ต่อ 1 สัปดาห์)

See also  วีดิทัศน์แนะนำ สาขาวิชาจุลชีววิทยา (วท.บ.) คณะวิทยาศาสตร์ มศว (ก.พ.2562) | คณะ วิทยาศาสตร์ ม ศว | การสังเคราะห์ ข่าว เกี่ยวข้อง ข้อมูล การวิจัย

สาเหตุที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มลด
ไม่ว่าคุณจะตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจจะเพิ่มน้ำหนักก็ตาม สาเหตุที่ทำให้น้ำหนักของคุณเพิ่มขึ้น อาจเป็นเพราะสาเหตุดังต่อไปนี้
1. อาหารที่ทานไม่เหมือนเดิม
แน่นอนว่าน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่สาเหตุที่ชัดเจนมาจากอาหารที่ทานเข้าไปในร่างกาย อาจจะทานอาหารในบริมาณที่มากเกินกว่าที่เราเคยทาน จึงทำให้เราได้รับพลังงานเพิ่มมากขึ้นเกินความจำเป็นในแต่ละวัน จนพลังงานที่เหลือไปสะสมเป็นไขมันอยู่ตามชั้นผิวหนังด้านในนั่นเอง นอกจากนี้ยังเกี่ยวกับประเภทของอาหารที่ทาน คุณอาจกำลังทานอาหารที่ให้พลังงานสูงติดต่อกันเป็นเวลานานมากกว่า 1 สัปดาห์ เช่น อาหารทอด ของหวาน ขนมปังขาวที่มีส่วนผสมของน้ำตาล น้ำเชื่อม หรือทานอาหารสำเร็จรูปมากเกินไป เป็นต้น ส่วนใครที่น้ำหนักลด ก็อาจจะเป็นในทางตรงกันข้าม คือ ทานอาหารน้อยลง หรือเลือกทานอาหารที่ให้พลังงานต่ำลง เช่น ลดการทานแป้ง น้ำตาล และไขมันจากสัตว์ลงนั่นเอง (รวมไปถึงคนที่ทานอาหารคนเดียว อาจทานได้น้อยลงกว่าเดิมด้วย)
2. ผลข้างเคียงจากการทานยาบางชนิด
คุณอาจเป็นคนที่ต้องทานยาบางชนิดอยู่เป็นประจำ โดยอาจมีการเปลี่ยนเป็นยาตัวใหม่ในช่วงนี้ ผลของยาบางตัวอาจทำให้น้ำหนักขึ้นได้ เช่น ยาต้านซึมเศร้า หรือการใช้ฮอร์โมนเพิ่มเติมอย่าง ฮอร์โมนเอสโทรเจน โพรเจสเทอโรน และคอร์ติโซน เป็นต้น ยาที่ทานแล้วน้ำหนักลดก็อาจมีอยู่บ้างเช่นกัน เช่น ยาต้านซึมเศร้าบางชนิด ยากระตุ้นบางชนิด ยาสมุนไพรที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน หรือยาตามแพทย์สั่งบางตัว
3. กิจกรรมในชีวิตเพิ่มน้อยลง
จากที่เคยออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ ช่วงนี้อาจไม่ได้ออกกำลังกายเหมือนเดิม หรือแต่ก่อนอาจจะเดินมากขึ้น แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เดินไปไหน การใช้ชีวิตเปลี่ยนจากงานที่ต้องเดินต้องยืน ก็เปลี่ยนมาเป็นการนั่งทำงานตลอดทั้งวัน รวมไปถึงการไม่สบาย หรือร่างกายมีอาการบาดเจ็บ จนทำให้ร่างกายไม่ได้ขยับเขยื้อนมากนัก การเผาผลาญพลังงานจากอาหารที่เราทานเข้าไปเท่าเดิมจึงน้อยลง จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำหนักขึ้นได้ (แต่จากสาเหตุนี้ มักจะน้ำนหักขึ้นอย่างช้าๆ มากกว่า) คนที่น้ำหนักลด อาจอยู่ในช่วงทำงานที่ใช้พละกำลังมากขึ้น เดินมากขึ้น ขยับร่างกายมากขึ้น รวมไปถึงออกกำลังกายมากขึ้นด้วย
4. ภาวะบวมน้ำ
ภาวะบวมน้ำ อาจเกิดขึ้นกับคนที่มีการทำงานของหัวใจ ไต หรือต่อมไทรอยด์ผิดปกติ จะรู้สึกว่าตัวบวม แขน ขา นิ้วบวม แหวน หรือรองเท้าเดิมๆ ที่ใส่อยู่รู้สึกคับ ตกบ่ายๆ เย็นๆ อาจมีอาการเหนื่อยหอบ และอาจเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้นในช่วงเวลากลางคืน และอาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้
5. มีอาการของโรคบางอย่าง
ใครที่อาการผิดปกติที่ฟัน เหงือก โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ ปัสสาวะบ่อย ระบบย่อยอาหารผิดปกติ เป็นแผลในกระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ ถ่ายเหลวบ่อย เป็นโรคติดเชื้อ เช่น เอดส์ วัณโรค รวมไปถึงโรคมะเร็งชนิดต่าง อาจมีส่งสัญญาณอันตรายมาพร้อมกับอาการน้ำหนักลดลงได้
6. ความเครียด
บางคนอาจเครียดแล้วไม่ทานอาหาร แต่กับบางคนอาจเครียดแล้วยิ่งทานอาหารมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นความเครียดส่งผลกระทบต่อการทำงานในส่วนต่างๆ ของร่างกายให้แปรปรวนตามไปด้วย ระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย ระบบไหลเวียนโลหิตอาจทำงานได้ไม่ดีเท่าเดิม จึงทำให้เกิดเป็นไขมันสะสมตามชั้นผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณพุงส่วนล่าง ตามต้นแขนต้นขา และสะโพกได้ หรืออาจทำให้เราเบื่ออาหาร ทานอะไรไม่ลงจนน้ำหนักลดได้เช่นกัน นอกจากนี้ความเครียดยังส่งผลให้เราทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันน้อยลง เราอาจขาดการเดิน การวิ่ง การออกกำลังกาย นั่นจึงเป็นการทำให้ลดการใช้พลังงานในแต่ละวันลงไปอีกด้วย
เคล็ดลับในการลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย
หลักการง่ายๆ มีเพียงแค่ลดอาหารที่ให้พลังงานเกินลง เช่น แป้งขาว น้ำตาล ไขมันจากสัตว์ เครื่องดื่ม และอาหารหวานๆ อาหารสำเร็ตรูป อาหารแปรรูปต่างๆ เป็นต้น จากนั้นเริ่มออกกำลังกายทั้งเล่นเวท และคาร์ดิโอครั้งละอย่างน้อย 30 นาที 35 วันต่อสัปดาห์ และพักผ่อนให้เพียงพอ นอน 68 ชั่วโมงต่อวัน หากรักษาระดับน้ำหนักให้ค่อยๆ ลง 1 เดือนไม่เกิน 2 กิโลกรัมได้ ก็สามารถลดน้ำหนักช้าๆ แต่ปลอดภัยได้เรื่อยๆ

See also  10 ทักษะชีวิตที่พ่อแม่ควรสอนลูกตั้งแต่เด็กจนโตเป็นผู้ใหญ่ 10 Life Skills Parent Teach Their Kids | วิธี เลี้ยง ลูก ให้ เป็น คน ดี

น้ำหนักขึ้นหรือลงมีผลมากกว่าที่คิด | weight loss | พี่ปลา Healthy Fish

สูตรทานไข่ต้ม 14 วัน ลดน้ำหนักได้ 10 กิโลกรัม จริงหรา? | เม้าท์กับหมอหมี EP.1


มีผู้ป่วยหลายคนเลยครับ ที่มาถามว่า การรับประทานไขต้ม 14 วัน สามารถลดน้ำหนักได้ 10 กิโลกรัมได้จริงหรอหมอ ซึ่งในปัจจุบันนั้นมีการลดน้ำหนักหลายวิธี ทั้งการทำintermittent fasting การทำคีโต การนับแคลลอรี่ บางคนลดน้ำหนักได้ ลดความอ้วนได้ บางคนลดไม่ได้สักที เลยต้องหาวิธีต่างๆมาช่วยในการลดน้ำหนัก
เมนูไข่ เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มักจะนำมาประกอบอาหารด้วยวิธีต่างๆมากมาย ทั้งการทอด การเจียว การผัด รวมถึงการนำมาต้มกับน้ำจนเรียกว่าไข่ต้ม
ไข่แต่ละชนิดนั้นมีความแตกต่างกันไป ไข่ต้มจะมีพลังงานที่ต่ำที่สุดถ้าเทียบกับไข่เจียวและไข่ดาว ซึ่งไข่ต้ม 1 ฟองจะมีพลังงานประมาณ 75 kcal แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า ไข่ต้มนั้น ไม่มีสารอาหารหรือสารอะไรเป็นพิเศษที่ทำให้น้ำหนักลด แต่เพราะพลังงานที่ได้รับเมื่อเรารับประทานไข่ต้มนั้นมีจำนวนน้อยในแต่ละมื้อ จึงทำให้เราน้ำหนักลดลง ทำให้ลดน้ำหนักได้ ลดความอ้วนได้
ดังนั้น จึงไม่จำเป็นที่จะต้องรับประทานไข่ต้มเพียงอย่างเดียว เราสามารถรับประทานอาหารประเภทอื่นที่มีพลังงานต่ำได้ เช่น ไก่ต้ม ปลานึ่ง สลัดผัก และอื่นๆ การทานอาหารที่หลากหลายจะทำให้ได้สารอาหารวิตามินและแร่ธาตุที่ครบถ้วน
หวังงว่าคลิปนี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังสงสัยหรืออยากทำตามสูตร กินไข่ต้ม 14 วัน ลดน้ำหนักได้ 10 กิโลกรัม เป็นกำลังใจให้ทุกๆคน ที่กำลังจะลดน้ำหนักนะครับ
ถูกใจคลิปนี้ อย่าลืม กดLike กดแชร์ กดSubscribe กดกระดิ่ง ติดตามช่อง \”หมอหมีเม้าท์มอย\” กันด้วยนะครับ
ติดตามผลงาน \”หมอหมีเม้าท์มอย\” ได้ที่
Youtube : http://www.youtube.com/c/หมอหมีเม้าท์มอย
Facebook : https://www.facebook.com/MhomheeTalks/
IG : MhoMheeTalk
หมอหมีเม้าท์มอย ไข่ต้มลดน้ำหนัก

See also  EASY: e-COMMERCE บทที่ 1 : อีคอมเมิร์ซ คือ อะไร? | อีคอม | UPDATE ข่าว เกี่ยวข้อง เนื้อหา การวิจัย

สูตรทานไข่ต้ม 14 วัน ลดน้ำหนักได้ 10 กิโลกรัม จริงหรา? | เม้าท์กับหมอหมี EP.1

#WakeUpThailand ประจำวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564


รายการ WakeUpThailand ประจำวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564
‘อนุทิน’ ชี้ ดราม่าปาร์ตี้วันเกิด ส.ส.รบ.เป็นเรื่องส่วนตัว
น้ำมันแพง! โยนภาระปชช. แต่รัฐไม่ยอมเสียผลประโยชน์
ศบค.ถกผ่อนคลายสถานบันเทิงขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
‘ก้าวไกล’ นำ ‘ศิลปิน’ ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายจากรัฐ
สธ.ไม่มีปัญหาเปิดสถานบันเทิง รอ ศบค.ประเมิน
‘หมออุดม’ ห่วงคลายล็อกหมด อดฉลองปีใหม่
‘หมอประสิทธิ์’ เตือนระวัง ธ.ค. ระบาดระลอกใหม่
จับตาสายพันธุ์ใหม่ B.1.1.529 กลายพันธุ์มากกว่าเดลตา
คุยกับ พชร นริพทะพันธุ์ กรรมการบริหาร และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย
ขึ้นค่าไฟ น้ำมันแพง ซ้ำเติมเศรษฐกิจ ประชาชน
พท.แนะลดต้นทุน รื้อโครงสร้างพลังงาน แก้ค่าไฟแพง
สะท้อนวิสัยทัศน์ สั่งรถทหารส่งสินค้า แก้น้ำมัแพง
ผู้นำต้องใช้ความรู้แก้ ศก.ประชาชนเดือดร้อนน้อยลง
ค่าครองชีพสูง ภาระปชช. รัฐไม่แบกรับ เสียผลประโยชน์
จุดยืนรัฐบาลไทยต่อเมียนมา ในสายตาชาวโลก
วิสัยทัศน์! ทีมเศรษฐกิจ พท. กับนโยบายฟื้นประเทศ

สมัครสมาชิกเพื่อรับสิทธิพิเศษ (Membership)
https://www.youtube.com/channel/UCpHTAE2EOwWkWGnW2HY8gRw/join
ติดตาม VoiceTV
YouTube : https://www.youtube.com/channel/UCpHTAE2EOwWkWGnW2HY8gRw
Facebook : https://www.facebook.com/VoiceOnlineTH/
Instagram : https://www.instagram.com/voicetv/
Twitter : https://twitter.com/VoiceTVOfficial
Website : https://www.voicetv.co.th/
VoiceTV

#WakeUpThailand ประจำวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564

นอกจากการดูหัวข้อนี้แล้ว คุณยังสามารถเข้าถึงบทวิจารณ์ดีๆ อื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Study

Leave a Reply

Your email address will not be published.