การโอนหุ้น ⚖ Legal Mind By Jair | การโอนหุ้นบริษัท

การโอนหุ้น ⚖ Legal Mind By Jair


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

คลิปนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน

การโอนหุ้น ⚖ Legal Mind By Jair

กลุ่ม CP ปรับโครงสร้าง โยกกิจการโลตัส ไปให้ Makro ถือหุ้น


กลุ่ม CP ปรับโครงสร้าง โยกกิจการโลตัส ไปให้ Makro ถือหุ้น
ลงทุนแมน ลงทุนในความรู้
การลงทุนในความรู้ไม่มีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรกด”Subscribe”ลงทุนแมนไว้ในทุกช่องทาง
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website https://www.longtunman.com
Blockdit https://www.blockdit.com/longtunman
Facebook ​ https://www.facebook.com/longtunman
Twitter https://twitter.com/longtunman
Instagram https://www.instagram.com/longtunman/?hl=th
Line https://page.line.me/ayw2996y
YouTube https://www.youtube.com/longtunman
Spotify https://open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Soundcloud http://soundcloud.com/longtunman​
Apple Podcasts https://podcasts.apple.com/th/podcast
Clubhouse @longtunman
Reference
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ลงทุนแมน​ ห้องประชุมลงทุนแมน​ ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง​ BREAKTHROUGH​ THEBRIEFCASE​ longtunman​ ลงทุนแมนORIGINALS​ ลงทุนเกิร์ลTALK​ ลงทุนเกิร์ล

กลุ่ม CP ปรับโครงสร้าง โยกกิจการโลตัส ไปให้ Makro ถือหุ้น

หุ้นส่วน หรือ ผู้ถือหุ้น – ร้านค้า ห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด


หุ้นส่วน หรือ ผู้ถือหุ้น ร้านค้า ห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด
หลายคนกำลังคิด กำลังตัดสินใจว่า
ควรทำธุรกิจในรูปแบบไหนดีระหว่าง
ร้านค้า
ห้างหุ้นส่วน
บริษัทจำกัด
ปัจจัยหนึ่งสำหรับตัดสินใจ คือ หุ้นส่วน หรือ ผู้ถือหุ้น
ใคร คือ ผู้ถือหุ้น
ผู้ถือหุ้นต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง
และ
จำเป็นต้องมีผู้ถือหุ้นหรือไม่
ติดตามได้ที่เลยค้าบ
หรือ
ติดตามได้ที่ เพจ ความรู้เรื่องบัญชีสำหรับคนไทย

หุ้นส่วน หรือ ผู้ถือหุ้น - ร้านค้า ห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด

สรุป วิธีการแบ่งหุ้นในบริษัท จากซีรีส์เรื่อง START-UP


สรุป วิธีการแบ่งหุ้นในบริษัท จากซีรีส์เรื่อง STARTUP
ถ้าเรากับเพื่อน ร่วมก่อตั้งบริษัทแห่งหนึ่งขึ้นมาด้วยกัน
การแบ่งหุ้นในบริษัทให้เราและเพื่อนเท่าๆ กัน ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
แต่สำหรับธุรกิจ Startup อาจไม่ได้เป็นแบบนี้เสมอไป
เพราะการแบ่งหุ้นอย่างเท่าเทียมอาจสร้างปัญหาใหญ่ตามมาในภายหลัง
ซึ่งเราสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับการแบ่งหุ้นในธุรกิจ Startup ได้ จากตอนที่ 6 ของซีรีส์เรื่อง “STARTUP” ที่กำลังเป็นที่นิยมใน Netflix ตอนนี้
แล้วซีรีส์เรื่อง Startup บอกอะไรเราไว้บ้าง
และเรื่องนี้สำคัญกับคนที่กำลังจะสร้างธุรกิจ Startup อย่างไร?
เราจะมาคุยกันใน LTG Talk กันค่ะ
สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู ต้องขอเตือนก่อนนะคะว่า ในวิดีโอนี้อาจมีการเปิดเผยเนื้อหาในซีรีส์บางส่วนนะคะ
ซีรีส์เรื่อง STARTUP เป็นเรื่องราวของหนุ่มสาวที่กำลังเดินตามความฝัน ในการสร้างธุรกิจ Startup ให้ประสบความสำเร็จ
ซึ่งตัวละครหลักในเรื่องนี้ ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท Startup ที่ชื่อว่า “ซัมซานเทค”
โดยที่ ซัมซานเทค เป็น Startup ที่อาศัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาพัฒนาเป็นบริการ เช่น การวิเคราะห์ใบหน้า และลายมือ
ซึ่ง คนแรกที่ก่อตั้งบริษัทนี้ก็คือ คือ “นัมโดซาน” และเขายังเป็นนักพัฒนาคนสำคัญในบริษัทนี้ด้วย
ซึ่งในภายหลัง ก็มี “คิมยงซาน” และ “อีชอลซาน” เข้ามาร่วมสร้างและพัฒนาบริษัทนี้ด้วยกัน
แต่จุดอ่อนของบริษัทนี้อยู่ที่ ผู้ร่วมก่อตั้งทั้งสามคน ล้วนเป็น “นักพัฒนา” หรือ Developer เหมือนกันหมด
ทำให้ ซัมซานเทค ขาดคนที่มีทักษะด้านการบริหาร และไม่มีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจน
นอกจากนี้บริษัทยังไม่สามารถโน้มน้าวให้นักลงทุน หรือ VC (ธุรกิจสำหรับการร่วมลงทุน) มาร่วมลงทุนได้
ต่อมาซัมซานเทค ก็ได้พบกับ “ซอดัลมี”
ซึ่งเธอคนนี้มีสิ่งที่ทั้งสามผู้ก่อตั้ง ซัมซานเทค ขาดหายไป
และได้กลายมาเป็น CEO ของซัมซานเทค
ต่อมาเธอก็ได้ชักชวน “จองซาฮา” ให้เข้ามาเป็นดีไซเนอร์ของบริษัทอีกหนึ่งคน
กลายเป็นว่า ในตอนนี้ ซัมซานเทค มีคนที่เข้ามามีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัทแล้วทั้งหมด 5 คนด้วยกัน
ซึ่งหลังจากนี้ ทั้ง 5 คนก็ต้องเข้าสู่กระบวนการ “การแบ่งหุ้นในบริษัท”
โดยเริ่มแรก พวกเขาแบ่งหุ้นให้เท่าๆ กัน อย่างเท่าเทียม ดังนี้
นัมโดซาน ถือหุ้น 19%
ส่วนสมาชิกคนอื่นๆในทีม
และพ่อของนัมโดซาน ซึ่งเป็นผู้ออกทุนในช่วงแรก
ก็ได้รับหุ้นไปเท่าๆกันอยู่ที่ 16%
และอีก 1% ที่เหลือ มอบให้กับญาติของนัมโดซาน ผู้ที่เคยช่วยออกแบบและตัดต่อวิดีโอ
ดูเหมือนว่า การแบ่งหุ้นอย่างยุติธรรมในสัดส่วนที่เท่าๆ กันนี้ จะทำให้ทุกฝ่ายพึงพอใจ และยังช่วยป้องกันไม่ให้ใครยึดบริษัทไปเป็นของตัวเองได้ง่ายๆ
แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปนะคะ
เพราะสำหรับธุรกิจ Startup การแบ่งหุ้นเช่นนี้อาจส่งผลเสียอย่างที่เราคาดไม่ถึง
สำหรับ Startup ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่ๆ
สิ่งสำคัญที่สุด คือ การสร้างความน่าเชื่อถือ และความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่จะเข้ามาลงทุน
เนื่องจากธุรกิจ Startup ส่วนใหญ่จะเติบโตได้ ต้องอาศัยเงินจากนักลงทุน หรือ Venture Capital (VC)
เพื่อให้มีเงินทุนมากพอที่จะนำมาพัฒนาสินค้าและบริการของบริษัท
ดังนั้น การที่ซัมซานเทคแบ่งหุ้นให้เจ้าของแต่ละคนเท่าๆ กัน จะทำให้ผู้ลงทุนมองว่า ผู้นำของบริษัทไม่มีอำนาจที่ชัดเจน และกลายเป็นจุดอ่อนให้กับบริษัทได้
เนื่องจาก “อำนาจ” ในการบริหาร สามารถสะท้อนได้จากจำนวนหุ้นที่ถืออยู่
ยิ่งถือหุ้นอยู่มากเท่าไร อำนาจในการโหวต หรือออกเสียงก็จะมากตามไปด้วย
แต่หากผู้ถือหุ้นทุกคน มีสัดส่วนการถือหุ้นใกล้เคียงกัน
ถ้าในอนาคตผู้ถือหุ้นเกิดมีปัญหากันขึ้นมาแล้วตกลงกันไม่ได้
อีกทั้งต่างฝ่ายต่างก็มีเสียงโหวตเท่าๆ กัน
ในบางกรณีอาจจะจบลงด้วยการยุบบริษัทได้
และนั่นหมายความว่า เงินของผู้ที่เข้าลงทุนจะสูญเปล่าทันที
ดังนั้น ในซีรีส์เรื่องนี้ จึงได้เสนอทางแก้ โดยให้บริษัทเลือก “Keyman” หรือ ตัวหลัก ขึ้นมา 1 คน โดยคนที่เป็น Keyman จะต้องเป็นบุคคลที่บริษัทขาดไม่ได้ และเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดในบริษัท
ซึ่งหลังจากที่เลือก Keyman ได้แล้ว ก็ค่อยรวบรวมหุ้นส่วนใหญ่ไปไว้ที่คนนั้น อย่างน้อย 60% ถึง 90%
ดังนั้นในตอนหลัง ซัมซานเทค จึงได้ปรับสัดส่วนการถือหุ้น ดังนี้
Keyman คือ นัมโดซาน ถือหุ้น 64%
ซอดัลมี ถือหุ้น 7%
คิมยงซาน ถือหุ้น 7%
อีชอลซาน ถือหุ้น 7%
จองซาฮา ถือหุ้น 7%
พ่อของนัมโดซาน ถือหุ้น 7%
ญาติของนัมโดซาน ถือหุ้น 1%
เหตุผลที่ต้องรวบรวมหุ้นจำนวนมากขนาดนี้ไปไว้ที่คนๆ เดียว
ก็เพื่อป้องกันปัญหาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะมีคนเข้ามาลงทุน
เนื่องจากธุรกิจ Startup จะมีสิ่งที่เรียกว่า “การเปิดรอบระดมทุน”
โดยจะมีตั้งแต่รอบ PreSeries และ Series A, B, C และรอบต่อไปเรื่อยๆ
ซึ่งในแต่ละรอบ จำนวนเงินลงทุน และผู้ถือหุ้นหน้าใหม่ ก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ดังนั้น หาก Keyman ถือหุ้นในสัดส่วนที่ต่ำ หรือน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง
ก็อาจทำให้หลังจากการเปิดรอบระดมทุนไปแล้ว หุ้นส่วนใหญ่จะตกไปอยู่ในมือของนักลงทุนมากกว่า Keyman ได้
ซึ่งนี่อาจสร้างปัญหาตามมามากมาย
ทั้งการสูญเสียสิทธิ์ในการบริหาร และความเป็นเจ้าของบริษัท
หรือไม่แน่ว่า บรรดาผู้ถือหุ้นรายเล็กอาจร่วมมือกับนักลงทุนรายอื่น เพื่อทำการยึดบริษัท และปลด Keyman ออกจากตำแหน่งในการบริหาร ก็เป็นไปได้เช่นกัน
วิธีการแบ่งหุ้นแบบที่ในซีรีส์เรื่องนี้เสนอไว้นั้นใกล้เคียงกับวิธีการแบ่งหุ้นที่เรียกว่า Dynamic Equity Split หรือ DES
วิธีการแบ่งหุ้นแบบ DES ไม่แนะนำให้เราแบ่งหุ้นให้ทุกคนเท่าๆ กัน
แต่จะแนะนำให้แบ่งตาม “ผลงาน”
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนในการถือหุ้นอาจมีการเปลี่ยนได้ในอนาคต
โดยจะขึ้นอยู่กับทักษะและความสามารถในการทำงาน หรือ จำนวนผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการแบ่งหุ้น ก็คือ ความชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็นบริษัทใดๆ ก็ตาม การแบ่งหุ้นต้องระบุชัดเจน เป็นลายลักษณ์อักษร
เพื่อป้องกันความคลุมเครือ และความขัดแย้ง

See also  งานนำเสนอโรงเรียนคุณภาพ62 | sar 2559 โรงเรียน | UPDATE หัวข้อ เกี่ยวข้อง เรื่อง การวิจัย
See also  ในวันที่เธอสิ้นหวัง - Rule63witch feat. Hatsune Miku | กลอน สิ้น หวัง

สรุป วิธีการแบ่งหุ้นในบริษัท จากซีรีส์เรื่อง START-UP

5 ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัท มืออาชีพ ฉบับเตรียมพร้อมภายใน 3 นาที


การจดทะเบียนบริษัท สำหรับคนที่อยากจะลองจดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเอง ไม่ต้องไปจ้างเค้า ประหยัดทั้งเงิน ได้ทั้งประสบการณ์การจดทะเบียนบริษัท
ด้วยตัวเอง มืออาชีพ มีทั้งหมด 5 ขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่1 จองชื่อบริษัท
แนะนำให้คิดเผื่อๆไว้ 23 ชื่อเลย เมื่อ submit ไป ก็รอนายทะเบียนตรวจสอบ ปกติจะรู้ผลใน 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ค่ะ เมื่อนายทะเบียนคอนเฟิร์มมาแล้วว่าชื่อที่ขอไปใช้ได้ ก็ไปขั้นตอนต่อไปเลย
ชื่อที่จองนี้จะต้องนำไปจดทะเบียนนิติบุคคลภายใน 30 วัน ไม่งั้นต้องจองใหม่ค่ะ
ขั้นตอนที่ 2 เตรียมข้อมูลต่างๆให้พร้อมเพื่อจดทะเบียนบริษัท
สำหรับข้อมูลที่เราต้องเตรียม มีดังนี้
ผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 3 คน
กรรมการอย่างน้อย 1 คน
พยานอย่างน้อย 2 คน
แผนที่ตั้งบริษัท
จำนวนหุ้น และมูลค่าหุ้น
ตราประทับบริษัท ถ้ามี ตราประทับนะคะ
ข้อบังคับบริษัท ถ้ามี ข้อบังคับนะคะ
วัตถุประสงค์บริษัทอย่างน้อย 2 ข้อ
ผู้สอบบัญชีอนุญาต 1 คน เฉพาะกรณี มอบอำนาจให้ผู้อื่นไปจดทะเบียนให้ค่ะ
ขั้นตอนที่ 3 นายทะเบียนตรวจสอบ ถ้ามีส่วนที่ต้องแก้ไข นายทะเบียนจะบอกให้ว่าต้องแก้ตรงไหน
พิมพ์แบบฟอร์ม ทั้งหมด 15 แบบ ที่ผ่านการตรวจสอบเรียบร้อยมาให้บุคคลที่ระบุในแต่ละหน้าเซ็น และเตรียมเอกสารเพิ่มเติม
ถ้ามีส่วนที่ต้องแก้ไข นายทะเบียนจะบอกให้ว่าต้องแก้ตรงไหน สามารถแก้ได้เลยค่ะ
ขั้นตอนที่ 4 นำไปจดทะเบียนที่สำนักพัฒนาธุรกิจการค้าใกล้บ้าน
กรณี มอบอำนาจให้คนอื่นไปแทน ให้ทำหนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนกรรมการด้วยนะคะ
เอกสารที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนไปจดจริง มีดังนี้
1. เอกสารแบบฟอร์มการจดทะเบียนบริษัทที่ผ่านการตรวจสอบเรียบร้อย ทั้ง 15 แบบ
2. เอกสารประกอบอื่นๆ เช่น ใบจองชื่อบริษัท, สำเนาบัตรประชาชนกรรมการ และผู้ถือหุ้น, สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งบริษัท, แผนที่ตั้งบริษัท
3. ค่าธรรมเนียมราชการ 6,500 บาท ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 1 ล้านบาท
ขั้นตอนที่ 5 คัดแบบจดทะเบียน
หลังจากจดทะเบียนบริษัท อย่าลืมคัดแบบจดทะเบียน ตามแบบฟอร์ม เช่น หนังสือรับรองพร้อมวัตถุประสงค์, หนังสือบริคณห์สนธิ, ใบทะเบียนพาณิชย์, บอจ.3, 5 และแบบฟอร์มที่เราต้องการได้เลยค่ะ
แค่นี้เราก็เปิดบริษัทได้แล้วค่ะ

See also  ร้องกองปราบ คดีอิทธิพลท่าศาลา | ท่าศาลา | การสังเคราะห์ ข่าว เกี่ยวกับ เนื้อหา การเรียนรู้

โครงการทำดีเพื่อพ่อ สร้างธุรกิจให้ยั่งยืน
จัดกิจกรรม ฟรี จองชื่อจดทะเบียนบริษัทวันละ 9 บริษัท
ตลอดระยะเวลา 6 ก.ค. 60 26 ต.ค. 60
ติดต่อ Inbox ได้ที่เพจ จดทะเบียนบริษัท ด้วยตัวเอง
www.facebook.com/siam.company.registration/
Line: @companyregistr (มี @ นำหน้าด้วยครับ)
กด ไลค์ กด แชร์ เพจ จดทะเบียนบริษัท ด้วยตัวเอง ด้วยนะครับ
ปล. ขอบคุณแฟนเพจที่รักกันครับ
โครงการทำดีเพื่อพ่อ
จดทะเบียนบริษัท ด้วยตัวเอง
จดภาษีมูลค่าเพิ่ม
vat

5 ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัท มืออาชีพ   ฉบับเตรียมพร้อมภายใน 3 นาที

นอกจากการดูหัวข้อนี้แล้ว คุณยังสามารถเข้าถึงบทวิจารณ์ดีๆ อื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Study

Leave a Reply

Your email address will not be published.